ใบเลื่อย

25-03-2013 13:24:25
   
(9582) เปิดดู

 

ใบเลื่อย

                ใบเลื่อยของเครื่องเลื่อยชนิดนี้ จะเหมือนกับใบเลื่อยที่ใช้เครื่องเลื่อยวงเดือน ชนิดตั้งพื้นและเครื่องเลื่อยรัศมี สำหรับการใช้ใบเลื่อยจะต้องแน่ใจว่าใบเลื่อยที่ใช้เป็นชนิดและขนาดที่ถูกต้อง รูที่ศูนย์กลางของใบเลื่อย  ก็จะต้องมีขนาดและรูปร่างที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

ใบเลื่อยของเครื่องเลื่อยประเภทนี้ จำแนกออกได้ 6 แบบด้วยกันคือ

  1. แบบตัด (cutoff or crosscut)
  2. แบบไส ( hollow ground or planner)
  3. แบบซอย (ripsaw)
  4. แบบผสม (combination)
  5. แบบตัดหยาบ (easy-cut)
  6. แบบตัดไม้อัด (plywood)

 

แบบตัด : ใบเลื่อยแบบนี้  ฟันเลื่อยจะเหมือนกับฟันของเลื่อยลันดาแบบฟันที่ออกแบบมาให้ตัดขวางเสี้ยนไม้  จึงเหมาะต่อการตัดไม้ให้ได้ขนาดความยาวตามต้องการ

แบบไส : ใบเลื่อยแบบนี้ จะเหมาะกับงานทำตู้หรือเครื่องเรือนซึ่งเป็นงานละเอียด ฟันของใบเลื่อย แบบนี้จะไม่มีการคัดคลอง แต่ลักษณะปลายฟันที่บานออกเล็กน้อย จึงทำให้เกิดเคลียรานซ์หรือช่องว่างระหว่างทางด้านข้างของใบเลื่อยกับชิ้นงานได้บ้างเล็กน้อย จึงทำให้สามารถลดความเสียดทานลงได้บ้าง ใบเลื่อยแบบนี้จะตัดได้ช้ากว่าแบบอื่นๆแต่รอยตัดจะเรียบกว่าทุกแบบ

แบบซอย : ใบเลื่อยแบบนี้  ฟันเลื่อยของใบเลื่อยแบบนี้จะเหมือนกับฟันของเลื่อยลันดา ของแบบฟันโกรกที่ออกแบบมาให้ตัดตามเสี้ยนไม้ ฟันเลื่อยจะมีรูปร่างเหมือนสิ่ว  ( chisel-like)  ร่องฟันจะลึกทำให้คายขี้เลื่อยได้ดี จึงเหมาะต่อการซอยหรือโกรกไม้ไปตามความยาว แต่ไม่เหมาะต่อการตัดไม้อัด

แบบผสม : ใบเลื่อยแบบนี้   ฟันเลื่อยจะเป็นทั้งแบบตัดและแบบซอยผสมกันมีหลายรูปแบบแต่ละแบบก็ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับงานเฉพาะอย่าง จึงสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ ทุกแบบจะเหมาะต่อการตัดทั้งแบบขวางและตามเสี้ยนไม้ จึงเหมาะต่อการตัดและการซอยไม้

แบบตัดหยาบ : ใบเลื่อยแบบนี้ ฟันเลื่อยจะมีขนาดใหญ่ จำนวนฟันน้อยเป็นใบเลื่อยที่ให้ความปลอดภัยสูงที่สุด  เพราะสามารถป้องกันการตีกลับ (kickback) ของใบเลื่อยได้คลองเลื่อยจะกว้างกว่าใบเลื่อยแบบอื่นๆ แต่รอยตัดจะไม่เรียบ

แบบตัดไม้อัด : ใบเลื่อยแบบนี้ ใบเลื่อยจะได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับการตัดไม้อัดโดยเฉพาะ จึงตัดไม้จะได้อัตโนมัติเรียบเป็นพิเศษ กว่าใบเลื่อยแบบอื่นๆ และมีการฉีกขาดหรือรอยบิ่นน้อยที่สุด ใบเลื่อยจะได้รับการชุบเป็นพิเศษเพื่อให้ฟันเลื่อยมีอายุการใช้งานยาวนาน เมื่อต้องตัดผ่านเส้นกาวที่อยู่ภายในไม้อัด

 

 

การตะไบร่องฟันเลื่อย

ก่อนที่จะเริ่มตะไบร่องฟันเลื่อย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษารูปร่างและมุมของฟันเลื่อยที่จะตะไบเสียก่อน ทั้งที่เนื่องจากฟันเลื่อยที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปนั้นมีอยู่ 2 แบบ คือแบบฟันตัดและแบบฟันโกรก ซึ่งจะมีรูปร่างและมุมของฟันเลื่อยที่ไม่เหมือนกัน

 

วิธีวางตะไบลงในร่องฟันเลื่อยแต่ละแบบมีดังต่อไปนี้

แบบฟันตัด

                ฟันของเลื่อยแบบนี้ จะมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมเพล่มุมให้เกิดความคมที่ฟันเลื่อยด้านนอก ดังนั้นในการวางตะไบนอกจากจะต้องวางให้อยู่ในระดับราบแล้ว ก็ยังจะต้องให้ตะไบทำมุมกับใบเลื่อยอีกประมาณ 45 ถึง 60 องศา จากนั้นให้เอียงตะไบเข้าสู่ปลายฟันด้านที่เป็นคมเลื่อย(ด้านปลายเลื่อย) โดยทำมุมกับปลายฟันประมาณ 15 องศา

แบบฟันโกรก

                ฟันของเลื่อยแบบนี้ เนื่องจากมีลักษณะเหมือนกับคมสิ่วจึงจะต้องวางตะไบให้อยู่ในระดับราบ และทำมุมกับใบเลื่อย 90 องศา จากนั้นให้เอียงตะไบเข้าสู่ปลายคมเลื่อยเช่นกัน โดยทำมุมกับปลายฟันประมาณ 0 ถึง 8 องศา

 

ลำดับขั้นในการตะไบร่องฟันเลื่อยที่ถูกวิธีมีดังต่อไปนี้

  1. ใช้ปากกาจับเลื่อยจับใบเลื่อยให้แน่น โดยให้ปลายของฟันเลื่อยสูงพ้นขั้นมาจากปากของปากกาประมาณ ½ นิ้ว
  2. วางตะไบลงในร่องฟันซี่แรกทางด้านปลายเลื่อยที่ปลายฟันเอนเข้าสู่ตัวเรา จากนั้นจัดระดับและมุมของตะไบให้ถูกต้องกับแบบของฟันเลื่อยตามที่กล่าวมาข้างต้น แล้วจึงเริ่มทำการตะไบโดยใช้จังหวะที่ถูตะไบไปข้างหน้าให้ออกแรงกดเล็กน้อย และผ่อนแรงกดในจังหวะที่ดึงตะไบกลับ ตะไบจนถึงครึ่งหนึ่งของรอยตัดที่เกิดจากการปรับระดับปลายฟันแล้วจึงหยุด
  3. ตะไบตามลำดับขั้นที่ 2 ฟันเว้นฟันไปจนถึงโคนเลื่อย
  4. คลายปากกาจับเลื่อยแล้วกลับใบเลื่อยและบีบให้แน่นอีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ด้านโคนหรือปลายเลื่อยจะอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกับที่จับครั้งแรก
  5. ตะไบร่องฟันที่เหลือด้วยวิธีการเช่นเดียวกันกับลำดับขั้นที่ 2 และ 3 จนกระทั่งรอยตัดที่เหลือหมดไป

 

หมายเหตุ:

  • ในการตะใบร่องฟันอาจมีความจำเป็นที่จะต้องกระทำหลายๆ ครั้งจนกว่าฟันเลื่อยจะคมแล้วจึงหยุด
  • ในการบำรุงรักษาเลื่อยทุกชนิด หลังเลิกใช้งานแล้วให้เช็ดทำความสะอาดแล้วทาด้วยน้ำมันหล่อลื่นชนิดใสบางๆทุกครั้ง